The Falcon and the Winter Soldier (เดอะฟอลคอนและเดอะวินเทอร์โซลเจอร์)

The Falcon and the Winter Soldier (เดอะฟอลคอนและเดอะวินเทอร์โซลเจอร์) มินิซีรีส์อเมริกัน สร้างขึ้นสำหรับดิสนีย์+ โดย มัลคอล์ม สเปลล์แมน เขียนบทโดย ดีเร็ค โคลสตาด ผู้เคยฝากผลงานในภาพยนตร์แฟรนไชน์ จอห์น วิค เนื้อเรื่องสร้างจากตัวละครมาร์เวลคอมิกส์ในชื่อเดียวกัน คือ แซม วิลสัน / ฟอลคอน และ บักกี้ บาร์นส / วินเทอร์โซลเจอร์ โดยเป็นซีรีส์เรื่องที่สองของดิสนีย์พลัสที่อยู่ในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) เดินเรื่องต่อเนื่องกับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ของแฟรนไชส์

เนื้อเรื่องเกิดขึ้นหลังจาก อเวนเจอร์ส: เผด็จศึก ในปี 2019 และก่อนหน้าเหตุการณ์ใน สไปเดอร์-แมน ฟาร์ ฟรอม โฮม ผลิตโดย มาร์เวลสตูดิโอ ควบคุมบทโดยมัลคอล์ม สเปลล์แมน และ คาริ สค็อกแลนด์ เป็นผู้กำกับการแสดง บอกเล่าเรื่องราวในปี 2024 หนึ่งปีหลังจากกัปตันอเมริกาปลดเกษียณและมอบโล่ให้แซม วิลสัน เพื่อนสนิท คำถามมากมายก็ปรากฏตัวขึ้นในหัวของเขาว่าเขาจะสามารถเป็นกัปตันอเมริกาหรือไม่ เช่นเดียวกับ บักกี้ เพื่อนสนิทของสตีฟที่ต้องต่อสู้กับอดีตของตัวเองทั้งในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น พร้อมทั้งตัวแปรมากมายที่ทำให้บทพิสูจน์การเป็นซูเปอร์ฮีโร่ของพวกเขาเต็มไปด้วยความยากลำบาก ท่ามกลางภัยก่อการร้ายจากกลุ่มก่อการร้ายใหม่ที่เกิดจากการทดลองของซูเปอร์โซลเจอร์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และภัยซ่อนเร้นภายในที่หวังจะสั่นคลอนโลกทั้งใบให้ตกอยู่ในความโกลาหล และแน่นอนซีรีส์ก็ยังได้รับคะแนนและคำวิจารณ์ในแง่บวก แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าซีรีส์ในจักรวาลเรื่องที่สองนี้ไม่เป็นสองรองใครอยู่ดี แต่จริง ๆ มันเป็นแบบนั้นหรือเปล่า

เรื่องราวของแซมและบักกี้ เพื่อนสนิทของกัปตันทั้งจากอดีตและปัจจุบันที่อดีตเคยฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาก่อน ทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้าขากันได้ดี จนกระทั่งเมื่อ สตีฟ โรเจอร์ หรือกัปตันอเมริกาที่ได้ใช้ชีวิตจนแก่เฒ่าได้มอบโล่ไวเบรเนียมคู่ใจให้กับแซม บักกี้ก็เริ่มตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของเพื่อนคนใหม่ที่เขาเพิ่งทำความรู้จัก จนกระทั่งเกิดเรื่องบางอย่างที่ทำให้โล่นั้นตกไปอยู่ในมือของ จอห์น วอล์คเกอร์ในฐานะกัปตันอเมริกาคนใหม่ที่รัฐบาลอเมริกาแต่งตั้ง พวกเขาจึงต้องกลับมาเพื่อหาทางที่จะพิสูจน์ว่าใครกันแน่ที่คู่ควรกับโล่ แต่ไม่ทันไรผลพวงจากอดีตก็ได้สร้างกลุ่มผู้ก่อการร้ายทรชนที่ทรงพลัง แฟล็ก สแมชเชอร์ ที่หวังจะใช้เซรั่มวิเศษที่สร้างกัปตันอเมริกา นำกองทัพที่ทรงพลังและอำนาจเพื่อล้างบางโลกนี้ให้ใสสะอาดตามความเชื่อของพวกเขา แซมและบัคกี้จึงต้องจับมือกันชั่วคราวเพื่อออกตามหาเบาะแสความจริง และร่วมต่อสู้เพื่อหยุดยั้งแผนการร้ายครั้งใหญ่ให้ได้ ก่อนที่จะสายไป ร่วมกับพันธมิตรเก่าและใหม่ อย่าง ชารอน คาร์เตอร์ และ วาคิน ตอร์เรส หรือแม้แต่ศัตรูคู่ฉกาจที่ถูกดึงมาร่วมเฉพาะกิจ อย่าง บารอน ซีโม การเดินทางครั้งนี้จะทำให้พวกเขาได้ค้นพบความหมาย ตัวตนที่แท้จริง และเป็นวีรบุรุษอย่างเต็มตัว

ซีรีส์เรื่องนี้เล่าเรื่องในสไตล์ของดราม่าแอ็คชั่นแบบที่ภาพยนตร์กัปตันอเมริกาทั้งสามภาคเป็น สะท้อนถึงมุมมืดของรัฐบาลและการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับซูเปอร์ฮีโร่เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อประชาชนด้วยฉากแอ็คชั่นสไตล์ฮีโร่อเมริกัน แม้ว่าจะไม่ได้มีชั้นเชิงในการนำเสนอ ด้วยความที่มันเล่าเรื่องตรง ๆ โต้ง ๆ ไม่มีอะไรให้ต้องติดตามนอกจากปล่อยให้เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ โดยแต่ละตอนก็จะค่อย ๆ เปิดประเด็นสามัญอเมริกันที่ต้องการฮีโร่มาช่วยปกป้องโลก โดยมีวาระซ่อนเร้นแอบซ่อนอยู่ จนกระทั่งมีจุดแตกหักระหว่างตัวละคร จากนั้นก็จัดหนักการทำภารกิจเต็มสูบ สลับกับการเล่าปมให้เห็นมุมมองของตัวละครหลักหรือแม้แต่ตัวละครอื่น ๆ ควบคู่กับมุกตลกคำพูดจิกกัดสไตล์หนังคู่หูอเมริกันที่ดี เพราะเคมีของตัวละครหลักทั้งสองเข้ากันมาก สามารถมาช่วยผ่อนเรื่องราวที่เข้มข้นและดิบมากกว่าหนังมาร์เวลทั่วไป มีฉากการต่อสู้แบบถึงเลือดถึงเนื้อและรุนแรงมาก ๆ ทั้งระเบิด ทั้งต่อยตีจนเห็นเลือดสาดเบา ๆ น่าเสียดายที่แม้ว่ามันจะแน่นเรื่องรายละเอียด แต่จังหวะการเล่าเรื่องนั้นมันหักดิบเกินไป บางอย่างก็ดึงดราม่าจนอืด ฉากต่อสู้บางฉากก็มากไป แต่ละตอนมีความแน่นจนอืด หรือเร็วจนงง เนื้อเรื่องไม่ค่อยมีอะไรมากไปกว่าการสำรวจจิตใจของตัวละคร ผสมกับการต่อสู้เพื่อยับยั้งอาชญากรรมที่เป็นในสไตล์หนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่ลงรายละเอียดให้เห็นว่าการทำงานร่วมกับรัฐมันเป็นยังไง ไม่ใช่เพียงซูเปอร์ฮีโร่ที่คิดจะช่วยโลกก็ทำได้ แต่นั่นแหละ มันก็ยังเป็นซีรีส์มาร์เวลที่มีสถานะเป็นหนังยาว บอกเล่าในฉบับภาพยนตร์ยาวกว่า 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ซีรีส์เรื่องนี้ใส่ใจกับบางอย่างมากเกินจนกลบประเด็นอื่น ๆ ไป ทั้งในด้านของตัวละครสมทบที่มีเยอะมากจนยากจะจดจำ บางทีก็โผล่มาแล้วก็หายที่ทำให้ขาดความต่อเนื่องหรือความน่าติดตาม ฉากแอ็คชั่นหรือบางเหตุการณ์ที่ไม่จำเป็นกับเนื้อเรื่อง หรือแม้แต่สิ่งที่ตัวละครหลักเผชิญอยู่พอถึงจุด ๆ หนึ่งซีรีส์ก็ผลักตัวละครเหล่านี้ไปในจุดที่เดาออกทันทีว่าจะเป็นยังไง แต่มันไม่ได้ปูจนเชื่อได้ว่าตัวละครสามารถเป็นแบบนั้นได้ ทั้ง ๆ ที่ในหกตอน มันน่าจะสามารถทำได้ โชคดีที่การปิดเรื่องราวในซีรีส์ทำได้ดีมาก ๆ คือจบแบบเต็มอิ่ม มีฉากแอ็คชั่นในสไตล์ไคลแม็กซ์ของภาพยนตร์ แต่ก็ยังมีการปูเรื่องไว้ไปสู่อนาคตของจักรวาล MCU อย่างภาพยนตร์ กัปตันอเมริกา ภาคที่ 4 ที่กำลังพัฒนาอยู่ เพื่อใช้เดินเรื่องต่อจากซีรีส์ นี่ก็เป็นข้อเสียหลัก ๆ เลยของซีรีส์ที่มาเพื่อต่อยอดจักรวาลและต้องให้ภาพยนตร์นั้นทำหน้าที่ต่ออีกที ทำให้ตัวละครของซีรีส์มีไว้เพื่อปูเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่มันก็ยังดูสนุกและลุ้นระทึกกับภารกิจเหล่านี้ได้อยู่ แม้ว่ามันจะตามสูตรสำเร็จหนังซูเปอร์ฮีโร่ แต่อุตส่าห์ปูความจริงจังของเรื่องและเหมือนจะค้นหาแนวทางแอ็คชั่นเจอแล้วทั้งที น่าจะทำได้ดีกว่านี้

การจะเข้าใจตัวละครหลักนั้น คุณจะได้ทำความรู้จักกับพวกเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ทว่าด้วยความที่มันเป็นซีรีส์ที่มีต้นแบบมาจากตัวละครในจักรวาล MCU มันก็ยังถูกปูมาให้สำหรับคนที่ตามมาก่อนหน้าอยู่ดี มิหนำซ้ำ ตัวละครต่าง ๆ ในเรื่องต่างผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายแล้ว แต่ซีรีส์นั้นไม่ได้เล่าย้อนให้เห็นว่าเป็นยังไง แต่ต่อยอดเรื่องราวจากปมเก่าที่มีอยู่เพื่อขยายและสะสางมันให้เสร็จ แถมยังพ่วงมาด้วยตัวละครใหม่ ๆ ที่น่าจะมาเป็นตัวละครหลักในจักรวาลอีกมากมาย เพิ่มความงงของเนื้อเรื่องที่ถ้าใครไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับตัวละครเหล่านี้ ตัวละครบางตัวนั้นก็เหมือนมาเป็นตัวละครสนับสนุนให้เรื่องราวเดินไปข้างหน้าและเพิ่มความซับซ้อนเข้าไปซะเฉย ๆ แต่เรื่องการเฉลี่ยบทถือว่าทำได้ดีคือไม่รู้สึกว่าน้อยไป คุณอาจจะได้รู้จักตัวละครในเรื่องและเห็นการเติบโตและเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นฮีโร่ แต่คุณจะไม่เข้าใจประสบการณ์และอิมแพ็คที่ตัวละครประสบพบเจอ ถ้าคุณไม่ได้ตามจักรวาลมาก่อนหน้า ซึ่งถ้าอยากเข้าใจมากขึ้น ก็ต้องไปหาหนังในจักรวาลที่มีตัวละครเหล่านี้ปรากฏอยู่ ได้แก่ Captain America: The First Avenger, Avengers, Captain America: The Winter Soldier, Avengers: Age of Ultron, Captain America: Civil War, Avengers: Infinity Wars, Avengers: Endgame

แต่ถึงผมจะอยากแนะนำให้คนที่อยากดูเรื่องนี้หรือดูแล้วไม่เข้าใจไปตามดูหนังที่กล่าวเบื้องต้น แต่ถ้าใครที่คิดจะดูเรื่องนี้ ก็สามารถดูได้เลยเหมือนกัน แต่อย่างที่บอกซีรีส์จะไม่ได้ทำให้คุณเข้าใจเท่าคนที่ตามจักรวาลมานานน่าเสียดายที่แม้ว่าหนังจะเล่าเรื่องได้เข้าใจง่าย แต่ประเด็นของเรื่องไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็กล้าเล่นดี ทั้งประเด็นของการทำงานเพื่อประเทศชาติท่ามกลางสายตาของคนทั่วโลก ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ที่ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อพวกพ้องแม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยคนตายก็พร้อมทำเพื่อความสบายใจของตัวเอง ชีวิตของผู้คนที่พยายามดิ้นรนหลังผ่านพ้นความสูญเสีย จิตวิทยาในการปั่นป่วนและก่อกวนศัตรูได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง การเปิดรับความแตกต่างของคนบนโลก ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ชนชาติ หรือฐานะ แม้ว่าจะเป็นประเด็นเก่าที่เคยเล่ามานักต่อนักแล้วใน MCU ยกเว้นที่พิเศษหน่อยคือเรื่องความสัมพันธ์และมิตรภาพของแซมและบักกี้ที่อาจจะไม่ได้เน้นมากเท่าที่ควร เพราะหมดไปกับมุกตลกจิกกัดที่ต่างฝ่ายต่างสรรหาเพื่อมาข่มกัน แต่ก็ทำให้ทั้งคู่ได้ค้นพบหนทางที่จะสามารถสนิทใจและเชื่อกัน ปริศนาและปมของเรื่องที่แอบแฝงก็จะชวนให้ว้าวเล็ก ๆ แต่มันดันมาช่วงท้ายก็เลยทิ้งเป็นปมให้ติดตามต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งขอเดาเลยว่าปมของผู้บงการในเรื่องนั้นถือเป็นการกล้าเล่นกับตัวละครที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในเรื่องด้วย เช่นเดียวกับปมของตัวละครที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและอดีตของตัวเองที่เคยทำเรื่องเลวร้ายกับคนบริสุทธ์ คิดว่าตัวเองไม่ดีพอจะเป็นฮีโร่ จนยอมละทิ้งอุดมการณ์ตัวเอง แต่สุดท้ายเมื่ออยู่ในภาวะคับขัน มันก่อได้สร้างวีรบุรุษคนใหม่ แบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ตัวละครแต่ละตัวก็ล้วนมีเหตุผลชัดเจนมากว่าทำไปเพื่ออะไรแม้ว่าการกระทำมันจะค่อนข้างสวนทางกับความถูกค้องก็ตาม แซม วิลสัน เขาก็เป็นแค่ทหารคนนึงที่ชีวิตพลิกผันหลังจาก สตีฟ โรเจอร์ กัปตันอเมริกาพาเขาเข้าสู่วงการปราบปรามผู้ร้าย ก่อนที่จะโดนทำร้ายจนหายไปถึง 5 ปี และผู้คนรอบตัวเขาก็ล้วนต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ทรมานและเขาก็หวาดกลัวที่จะรับชื่อกัปตันอเมริกาคนต่อไปจากเพื่อนสนิทคนนี้ จนทำให้เกิดความขัดแย้งกับบักกี้ที่ต้องพยายามดิ้นรนใช้ชีวิตท่ามกลางความเจ็บปวดที่เกิดจากการกระทำของเขาในอดีต เมื่อญาติของคนที่เขาเคยปลิดชีวิตเข้ามาอยู่รอบตัวและนั่นทำให้เขาเลือกที่จะยอมรับและปล่อยวางจากความเจ็บปวดเพื่อกลายเป็นฮีโร่ที่คนจะไม่มีวันหวาดกลัวเขาอีกต่อไป จอหน์ วอล์คเกอร์ จากทหารหนุ่มที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ปราบปรามผู้ร้ายจนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจให้เป็นกัปตันอเมริกาคนใหม่ ทำให้เขาเกิดข้อขัดแย้งกับคู่หูแซมบักกี้ถึงวิธีการหรือแม้แต่ความกลัวว่าตัวเองจะเป็นกัปตันอเมริกาที่ดีไม่ได้จนผลักให้เขาเข้าสู่ด้านมืด ซึ่งตัวละครนี้จะทำให้คุณรู้สึกหมั่นไส้จนถึงขั้นเกลียด และกลับมาชอบได้ในตอนท้ายแน่นอน เรียกได้ว่ามีมิติที่สุดแล้วในเรื่อง เด็กสาวผู้ต้องพยายามดิ้นรนจากการที่โลกกลับมาอยู่ในสภาพปกติจนส่งผลต่อชีวิตของคุณภาพประชากรที่ได้รับอย่างไม่เท่าเทียม เธอสูญเสียทุกอย่างจนกระทั่งเธอได้ครอบครองพลังเหนือมนุษย์ และเธอมีอุดมการณ์ยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ด้วยวิธีการของตัวเอง แต่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะถลำตัวเข้าสู่หายนะ ชารอน คาร์เตอร์ หลังจากที่ต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนเพราะความผิดพลาดเธอกลับมาเพื่อเปิดโปงความจริงของแผนการร้ายที่เกี่ยวข้องกับโลก บารอน ซีโมที่แม้บทจะน้อยแต่ก็มีพัฒนาการว่าเขานั้นไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนที่เคยอยากทำลายอเวนเจอร์ส เพราะความสูญเสียในอดีต นอกจากนี้ตัวละครอื่น ๆ ก็คอยมาสร้างสีสันและความเข้มข้นให้กับเนื้อเรื่องทั้งหกตอนนี้ เป็นทั้งครอบครัว มิตรสหาย ศัตรูให้เราได้ลุ้นว่าจะเกิดความโกลาหลอย่างไรรีวิว The Falcon and the Winter Soldier คู่หูมหากาฬ ล้างบางทรชน (ไม่สปอยล์) 5

การแสดงคงต้องยกให้แอนโธนี่ แม็คคี่ กับ เซบาสเตียน สแตน สองคนนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของซีรีส์เรื่องนี้ที่แม้ต่างฝ่ายจะมีเส้นเรื่องเป็นของตัวเอง แต่เวลาที่อยู่ด้วยกันมันสนุกและดึงดูด ด้วยมุกแซะจิกกัดที่มีให้กันตั้งแต่เริ่มเรื่อง หรือฉากเวลาที่ทั้งคู่ฟาดฟันศัตรูไปด้วยกัน มุมดราม่าที่ต่างฝ่ายต่างเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหาจนสุดท้ายพวกเขาก็ได้กลายเป็นสหายที่แท้จริง โดยส่วนตัวไม่มีใครเด่นไปกว่าใครเลย มันเป็นการโชว์ให้เห็นการแสดงที่ดีอยู่แล้วของทั้งคู่ แต่อยู่ในรูปแบบของมินิซีรีส์ซึ่งส่งผ่านมาถึงคนดูได้ แต่ที่ขโมยจอที่สุดกลับเป็น บทของจอห์น วอล์คเกอร์ ที่แสดงโดย ไวแอ็ตต์ รัสเซล ผู้เคยมาแคสเป็นสตีฟ โรเจอร์กับมาร์เวลแต่ไม่ผ่านแคสติ้ง จนได้มาเป็นกัปตันอเมริกาคนใหม่ ชีวิตของเขาในตอนแรกจะเหมือนเป็นพวกขี้โอ่ มั่นใจในตัวเอง เชื่อมั่นว่าตัวเองนั้นเป็นกัปตันอเมริกาได้เพราะพลังวิเศษ ซึ่งเขาแสดงออกมาได้อย่างน่าหมั่นไส้มาก ๆ จนกระทั่งผ่านสามตอนแรก เขาจะค่อย ๆ โชว์ให้เห็นมุมเกรี้ยวกราดที่ถึงเลือดถึงเนื้อ และความร้ายระดับที่ว่าน่ากลัวพอ ๆ กับตัวร้ายในเรื่อง การแสดงดราม่าของเขาก็ถือว่าสะกดให้ติดจอไม่แพ้กัน ส่วนเอริน เคลลีแมน ในบท คาลี่ หญิงสาวที่มุ่งมั่น แน่วแน่ และพร้อมทำทุกอย่าง เธอได้แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดทางสีหน้าและน้ำเสียง ทุกฉากที่ปรากฏจะทำให้เรารู้สึกได้ถึงชีวิตที่แสนอาภัพของเธอ และความร้ายกาจที่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งสามารถทำได้และมันแทบจะดีเลย แต่คุณไม่รักตัวละครนี้แน่นอน เพราะเธอร้ายมาก ๆ เอมิลี่ แวนแคมป์ ในบทชารอน คาร์เตอร์ อาจไม่ได้มีอะไรมาโชว์ แต่เรื่องการคุมคาร์แร็คเตอร์ชารอน หลังจากที่ไม่ได้กลับมาตั้งแต่ Captain America: Civil Warก็ยังทำได้ดี แถมยังมีมุมที่คาดไม่ถึงให้เห็นอีกด้วย ส่วนดาเนียล บรูห์ล คนนี้ไม่ต้องพูดถึงความสุขุม เยือกเย็นยังทำได้ดี แต่เราจะได้เห็นมิติของตัวละครซีโมมากกว่าในหนังเรื่องก่อน ๆ แน่นอน และมันก็ขโมยซีนได้เหมือนกันโดยเฉพาะฉากเต้นในผับแบบได้อารมณ์สุด ๆ แอโดเพโร โอดูเย มาเป็นตัวผ่อนปรนความเข้มข้นในบทของ ซาร่าห์ น้องสาวของแซม ผู้พยายามประคับประคองธุรกิจประมงของตัวเองพร้อมครอบครัวหลังพลัดพรากกับพี่ชาย เธอก็ทำหน้าที่และมีเคมีพี่น้องกับแซมเช่นกัน ในด้านงานกำกับภาพก็ถือว่าทำได้ดีมาตรฐาน แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรแปลกไปกว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่น ๆ เช่นเดียวกับดนตรีที่ค่อนข้างธรรมดาไปนิด มุมกล้องก็สไตล์ภาพยนตร์มาร์เวลเลย ส่วนงานซีจีไม่ค่อยมีอะไรมากเพราะเน้นต่อยตีกันแบบดิบ ๆ ระเบิดตูมตามมากกว่า

เป็นซีรีส์ที่ถ้าใครชอบกัปตันอเมริกาน่าจะชอบกันเพราะมันต่อยอดออกมาได้ดี แต่ในแง่ของการเป็นซีรีส์แอ็คชั่นซูเปอร์ฮีโร่ถือว่าธรรมดาไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ อยู่ในมาตรฐานพอดูได้ แม้ว่าตัวละครและการแสดงจะดีและมีเคมีต่อกันมาก ๆ ทั้งตัวละครหลักและตัวละครรอง มีมุกตลกมาคอยแทรกสไตล์แนวคู่หู หรือประเด็นเก่าเล่าใหม่ในเรื่องเข้มข้นได้อารมณ์ถึงความหม่นหมองกว่าซีรีส์มาเวลทั่วไป แต่ด้วยจังหวะการเล่าเรื่องที่ไม่สม่ำเสมอ อืดบ้าง เร็วเกินไปบ้าง บวกกับตัวละครที่เยอะเกินที่จะจดจำทำให้การปูตัวละครไปสู่จุดไคลแม็กซ์ของเรื่องมีปัญหา ถึงจะมีตัวละครหลักไม่ถึงสิบคน แต่ตัวละครเหล่านี้ล้วนถูกปูมาก่อนหน้าแล้วในจักรวาล MCU มันเลยทำให้มันเป็นซีรีส์ที่ถ้าใครคิดจะดูก็คงต้องไปหาหนังในจักรวาลมาดูก่อนหน้าเพื่อทำความเข้าใจจริง ๆ มันเป็นซีรีส์ที่มีไว้สำหรับคนที่ชอบตัวละครจริง ๆ ถ้าไม่ชอบคุณก็จะเฉย ๆ ไม่เข้าใจไปเลย มันขายความเท่และตัวละครแซมกับบักกี้ และโปรดักชั่นทั้งดนตรีและความเป็นภาพยนตร์ก็ธรรมดาตามสไตล์หนังมาร์เวล โชคดีที่ซีรีส์จบได้ครบถ้วนสมบูรณ์และปิดฉากการเดินทางของตัวละครเพื่อไปสู่สิ่งที่หนักหน่วงกว่าในอนาคต ถ้าคุณเป็นคนที่อยากดูอะไรผ่าน ๆ ฆ่าเวลาในดิสนีย์พลัส เรื่องนี้ข้ามไปเลยจะดีกว่านะครับ

Related Post

คอนโด One 9 Five อโศก-พระราม 9 ติดถนนพระราม 9คอนโด One 9 Five อโศก-พระราม 9 ติดถนนพระราม 9

คอนโด One 9 Five อโศก-พระราม 9 ติดถนนพระราม 9 โครงการตั้งอยู่ในโซน NEW CBD สุดฮอต เชื่อมต่อกับ CBD ชั้นในอย่าง อโศก รอบๆที่ดินโครงการเต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าชั้นนำอย่าง Central พระราม 9, Fortune Town มีการคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์พร้อม รวมถึงห่างจากโครงการเพียง 120 เมตรมีโครงการ เดอะ แกรนด์ พระราม

รถรับจ้างขนของ ธนบุรี ขนย้ายบ้าน ห้อง คอนโด รับจ้างขนของราคาเท่าไหร่จึงคุ้มเงินรถรับจ้างขนของ ธนบุรี ขนย้ายบ้าน ห้อง คอนโด รับจ้างขนของราคาเท่าไหร่จึงคุ้มเงิน

รถรับจ้างขนของ ธนบุรี ขนย้ายบ้าน ห้อง คอนโด รับจ้างขนของราคาเท่าไหร่จึงคุ้มเงิน เช็คราคา รถรับจ้างธนบุรี ได้ราคาถูกที่สุด การที่เราจะเช็คราคารถรับจ้างนั้นให้ได้ในราคาที่ถูกหรือมีต้นทุนที่ต่ำเราจะต้องมีองค์ประกอบในการคัดเลือกผู้ให้บริการหลายอย่างด้วยกัน เพราะว่าสิ่งแรกนั่นก็คือ รถรับจ้างเขตธนบุรี ที่เราจะสอบถามตรวจสอบราคาหรือต้องการที่จะขนย้ายนั้นเป็นรถรับจ้างที่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่

การส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliners ใหม่ของโบอิ้งอาจล่าช้าไปจนถึงปลายเดือนตุลาคมเป็นอย่างน้อยการส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787 Dreamliners ใหม่ของโบอิ้งอาจล่าช้าไปจนถึงปลายเดือนตุลาคมเป็นอย่างน้อย

เนื่องจากการส่งมอบสินค้าเกือบทั้งหมดถูกระงับเป็นเวลาเกือบหนึ่งปี สายการบินและลูกค้าโบอิ้งรายอื่นๆจึงสามารถใช้ความล่าช้านี้ในการออกจากการส่งมอบหรือเจรจาขอสัมปทานจากยักษ์ใหญ่ด้านการบินและอวกาศได้มากขึ้น การส่งมอบถูกระงับในครั้งแรก เนื่องจากบริษัทและสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติเริ่มตรวจสอบข้อบกพร่องในการผลิตของเครื่องบินอย่างละเอียด การระงับดังกล่าวทำให้แหล่งเงินสดสำคัญของโบอิ้งและแผนที่ซับซ้อนสำหรับสายการบินหายไป